000
ยินดีต้อนรับเข้าสู่...เว็บสาระ / ความรู้เรื่องเครื่องเสียง    
 
บอร์ดพูดคุย, ซื้อ-ขายเครื่องเสียง
>> audio-teams.com
>> noom-hifi.com
>> wijitboonchoo.com
>> hifi55.com  
>> sk-audiophile.com
>> htg2.net
นิตยสารเครื่องเสียง
>> what Hi-Fi? Thailand
>> The Wave
>> Audiophile-Videophile
>> gm2000.com
>> The Stereo
ร้านค้าเครื่องเสียง
>> Piyanas Electric
>> KS Sons Group
>> Conice (บ้านทวาทศิน)
>> อัศวโสภณ
>> munkonggadget.com
>> bkkaudio.com
 
ปรับขนาดตัวหนังสือ เช่น 15, 16, 18, 20, + + / ยกเลิกใส่ 0 :

หมวดหมู่ > ชวนเล่น ชวนดู ชวนฟัง > ชวนเล่น ชวนดู ชวนฟัง > การเลือกแผ่นลองเสียง
วันที่ : 04/05/2016
1,653 views

การเลือกแผ่นลองเสียง

โดย ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

ก่อนซื้อเครื่องเสียงทางที่ดีที่สุดในการเลือกผลิตภัณฑ์ใดๆก็ตามควรนำแผ่น CD ที่เราชินหูไปลองด้วยเพื่อเปรียบ เทียบบนมาตรฐานของแหล่งกำเนิดเดียวกัน นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามก็ต้องแน่ใจว่าแผ่นCDที่เราพกติดตัวไปด้วย นั้นไม่ว่าจะกี่แผ่นก็ตาม ควรมีมาตรฐานดีพอ ถ้าแผ่นพิการเช่น แหลมมากไป เราก็อาจหลงผิดไปเลือกผลิตภัณฑ์ที่แหลม ด้อยกว่าปกติ ในทางกลับกัน ถ้าแผ่นเบสมากไป เราก็อาจหลงไปเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนเบสกว่าปกติ

          อีกกรณีคือ แผ่นลองดีไม่พอเช่น  บันทึกมาเสียงจมแบน (มักเกิดกับแผ่นถูกๆ,แผ่นก๊อบปี้,แผ่นผี,แผ่นไรท์ด้วยคอมพิวเตอร์ (CD-R) ก็จะไม่สามารถบอกความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ 2 ชิ้นได้ ในแง่ของการฟังทดสอบว่า ชิ้นไหนเสียง หลุดลอยมีทรวดทรงดีกว่ากัน เพราะเราไม่มีสิ่งนั้นป้อนให้ แล้วจะมีอะไรให้ฟังได้

          นั่นคือ แผ่นลองควรจะมีคุณภาพดีพอ ไว้ใจได้ นี่คือที่มาของแผ่นลองเสียงหรือบางทีก็เรียกว่าแผ่นโชว์เสียง หรือแผ่นหากินของบางร้าน

          เมื่อซื้อเครื่องเสียงมาแล้วก็อยากรู้ว่าของตัวเสียงดีแค่ไหน ก็ต้องขวนขวายหาแผ่นโน้นแผ่นนี้มาลอง โดยเฉพาะแผ่นลองเสียงหรือแผ่นสาธิตต่างๆแผ่นพวกนี้จะบันทึกมาค่อนข้างพิถีพิถัน การปั้มแผ่นก็ทำมาอย่างดี ราคาจึงแพงกว่าปกติพอควรนับพันบาทขันไป แผ่นพวกนี้จะแสดงหรือฟ้องศักยภาพของเครื่องเสียงได้ชัดเจน ถ้าชุดไม่เลวจนเกินไปนัก แผ่นพวกนี้มักชุดให้เสียงออกมาเข้าท่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับแผ่นตลาดๆหรือแผ่นผี,แผ่นก๊อบปี้ ผู้ขายเครื่องเสียงจึงมักสรรหาแผ่นพวกนี้มาใช้ในการลองเสียงและแสดงศักยภาพของสินค้าตน บางแผ่นก็เรียกว่าแผ่นหากินของเครื่องเสียงนั้นๆกันทีเดียว บางแผ่นสาธิตพวกนี้จะบันทึกมาเกินจริงก็มีเช่น เบสเน้นกันมาแบบไม่ยั้ง หรือบันทึกมาแบบผ่านระบบพิเศษช่วยให้เสียงกว้างโอบแบบรอบทิศทางได้ ฟังออกมาจึงดูดีทีเดียว ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมบางคนซื้อเครื่องเสียงไปแล้วพอเอาไปฟังที่บ้านแล้วแทบอยากเอาศีรษะโขกฝา มันช่างต่างกันราวฟ้ากับดินกับที่ฟังที่ร้านหรือในงาน โอเค เรื่องการใหม่แกะกล่องยังไม่เบินอินก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่ชัดที่สุดคือเรื่องของคุณภาพแผ่นที่เอามาเล่นนี่แหละ แหมที่ร้านเขาใช้แผ่นละ 1,500 บาทเปิดให้ฟัง คุณเอามาเล่นกับแผ่น เอื้ออาทร 299 บาท 199 บาท มันจะเหลืออะไร

การทำแผ่นสาธิต (DEMONSTRATION) พวกนี้มีรูปแบบดังนี้

  1. นำมาสเตอร์หรือต้นฉบับที่บันทึกไว้ (เกือบทั้งหมดในรูปเทปม้วนใหญ่ OPEN REEL) มาปัดฝุ่น ตกแต่งใหม่ ปัจจุบันจะแก้ไข,ตกแต่งด้วยระบบดิจิตอล (DSP) เช่น ตัดเสียงซ่าออก,เซาะเอาเสียงก๊อกแก๊ก (SCRATCH,CLICK ,POP)ที่เกิดจากหัวเข็มจานเสียง (กรณีแม่เทปจ่ายจากจานเสียง) ออก,เพิ่มการสวิงเสียง,ลบเสียงอู้ก้อง,ปรับสุ้มเสียง ใหม่ ถ้าเป็นเสียงโมโน (MONO)บางทีก็ทำสเตอริโอเทียมช่วยเพิ่มบรรยากาศ
    ต้นฉบับเป็นแค่ระบบ 2 ร่องเสียง ก็มาผสมใหม่เป็นเสียงรอบทิศ เช่นทำเป็น DOLBY SURROUND,CIRCLE SURROUND,DOLBY DIGITAL 5CH,DTS 5CH คือต้นฉบับแม่เทปเดิมสุดแทบทั้งหมดจะบันทึกแบบแยกร่องเสียงของแต่ละเครื่องดนตรีในวง (MULTI-TRACK) จึงสามารถนำมาจัดวางเวทีเสียงใหม่ได้
  2. ต้นฉบับบันทึกแบบใช้ไมโครโฟนน้อยที่สุด ที่เรียกว่า ONE POINT RECORDING เช่นใช้ชุดไมโครโฟนแค่ชุด ซ้าย 1 , ขวา 1 บรรยากาศอีก 1 ตัว บันทึกทั้งวง (เล่นพร้อมๆกัน) แทนที่จะแยกร่องเสียง ชิ้นละ 1 ไมโครโฟน (หรือมากกว่า 1 ไมโครโฟน) แบบ MULTI-TRACK โดยอ้างว่าแบบ ONE POINT ให้บรรยากาศสมจริงกว่า
  3. นำต้นฉบับเดิมไม่ว่าเป็นอนาล็อก มาผ่านขบวนการที่เรียกว่าสุ่มความถี่สูงขึ้นมากๆ (UP SAMPING) ตั้งแต่ 96 KHz ถึง 192 KHz หรือเป็นแบบ BIT STREAM (DSD) โดยอ้างว่าจะทำให้ได้สุ้มเสียงดีขึ้น (แต่ผมว่าเสียงอาจสด ,คมชัดขึ้น,หยุมหยิมดีขึ้น แต่จะรู้สึกเกร็งมากขึ้น ความรู้สึกผ่อนคลายลดลง เสียงทั้งหมดดูลุกลน วุ่นวาย (BUSY) ไปหมด,ทรวดทรงชิ้นดนตรีแบน,ขาดความผ่อนคลาย,ขาดเสน่ห์
    อีกวิธีของการชำระแม่เทป (ดิจิตอล)เดิมคือ นำมาผ่านขบวนการบูรณะรูปคลื่นดิจิตอลใหม่ให้ชัดเจนขึ้นด้วยเทคโนโลยี K2 ของ JVC เรียกแผ่นพวกนี้ว่า XRCD แผ่นพวกนี้เสียงในยุคแรกๆอัลบั้มต้นๆมักแห้ง,ทึบไปหน่อย แต่เกลี้ยง,สะอาด อัลบั้มหลังๆจะโปร่งขึ้นเล็กน้อย ล่าสุดดีมาก LK2 HD
    อีกระบบคือ SBM (SUPER BIT MAPPING) ของ SONY การจัดสรรจำนวนบิททุกขณะตามลักษณะของเสียง แต่ละขณะ เป็นการชำระแม่เทปดิจิตอลใหม่ ฟังแล้วก็ยังงั้นๆ
  4. เพิ่มรายละเอียดและการสวิงเสียง (TESOLUTION และ DYNAMIC RANGE) จากอัลบั้มเดิมที่เคยผลิตออกมา ด้วยการบันทึกลงแผ่นแบบเข้ารหัส HDCD แผ่น CD ปกติจะมีมาตรฐานการบันทึกลงแผ่นในรายละเอียดระดับ 16 บิท แต่แม่เทปดิจิตอลมีรายละเอียดสูงกว่านั้น เช่น 20 ถึง 24 บิท เขาจะเติมอีก 4 บิทลงไปในแผ่นแบบแอบฝากมา (เข้ารหัส HDCD) เครื่องเล่น CD ปกติก็จะ เห็น แค่ 16 บิทก็เล่นไปตามนั้น แต่ถ้าเครื่องไหนมีวงจรถอด HDCD ก็จะ เห็น อีก 4 บิทที่ฝากมาด้วย ก็จะนำ 4 บิทนั้นมาบวกกับ 16 บิทเป็น 20 บิท ก็จะได้รายละเอียดวิญญาณของเสียงร้อง,เสียงดนตรี และการสวิงเสียงดัง-ค่อยในระดับ 20 บิทแผ่นประเภท HDCD ดีอย่างคือ ราคาพอๆกับแผ่นชั้นดีแท้ ปกติถ้าเครื่องเล่นคุณภาพไม่ดีฟังแบบ HDCD แล้ว กลับรู้สึกจัด,เครียด,กร้าว,เหนื่อย
  5. แผ่น CD อัลบั้มนั้นปั้มจาก แม่พิมพ์ ที่ถูกทำขณะบันทึกเสียงโดยตรง โดยไม่ผ่านขั้นตอนการลงเป็นแม่เทปดิจิตอลก่อนเรียก DIRECT TO CD แต่เท่าที่เคยพบเห็นมีแค่ 2 – 3 อัลบั้มแล้วก็ไม่เห็นอีกเลย เสียงก็ยังงั้นๆจืดๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่
  6. ทำแผ่นสาธิตจากอัลบั้มปกติ โดยปั้มอย่างพิถีพิถันขึ้น ใช้วัสดุดีขึ้น เช่น จากเดิมส่วนสะท้อนแสงที่เห็นเป็นเงาสีเงิน ก็เปลี่ยนเป็นสีทอง หรือ เงิน แต่เป็นทองก็มีหลายเกรด แผ่นเงินจะเห็นอยู่รายเดียว



     
    แผ่นทองฟังแล้วแทบไม่มีความแตกต่างจากแผ่นปกติ ขยับลำโพง 1 องศายังเห็นผลชัดเจนมากกว่า
     
  7. แผ่นที่ค่ายทำเครื่องเสียง(ปรีแอมป์,เพาเวอร์แอมป์,ลำโพง,สาย) ทำขึ้นมาเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าของตนด้วย มีทั้งทำโดยคัดเพลงจากอัลบั้มต่างๆของค่ายเพลงที่ทำแผ่นดีมีคุณภาพอยู่แล้ว (เช่นค่าย SHEFIELD RECORD, CHESKY RECORD, DMP, GRP เป็นต้น มารวมใน 1 แผ่นที่คิดว่าจะแสดงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ของตนได้ดีที่สุด
    มีน้อยรายที่จะลงทุนทำอัลบั้มต้นฉบับเองเลยเพราะลงทุนสูงมาก อย่างไรก็ตามก็มี 1 - 2 อัลบั้มที่ผู้ผลิตเครื่องเสียงทำขึ้นมาโดยกดการสวิงดัง-ค่อยของเสียงไว้ เพื่อ ช่วย ลำโพงของตนให้หลอกหูว่าเสียงอิ่ม ใหญ่เกินจริง แต่ดนตรีมากขึ้นเมื่อไรก็มั่วเละ
    เมื่อเห็นว่าเป็นแผ่นสาธิตที่ทำโยค่ายเครื่องเสียงชั้นดี,มีระดับ ก็ต้องฟังหูไว้หูด้วย อย่าเชื่อใจจนหมด (พูดก็พูดเถอะ 85% ไม่ได้เรื่อง)
    มีข้อน่าสังเกตมากๆคือ 95 เปอร์เซ็นต์ของแผ่นสาธิตที่เป็นอัลบั้ม (รวมเพลง) ของค่ายเครื่องเสียง เสียงมักออกมาไม่สว่าง,ฉ่ำหรือสดมากๆอย่างพวกแผ่นป๊อป,แจ๊สดีๆสมัยใหม่ แต่ถ้าชุดเครื่องเสียงยิ่งตอบสนองฉับไวดีมากขนาดไหน แผ่นสาธิตเหล่านี้ยิ่งฟังมีเสน่ห์,ผ่อนคลาย,สมจริงมากขึ้นแค่นั้น ในขณะที่แผ่นสมัยใหม่ที่ฟังแต่แรกดูน่าตื่นเต้น เร้าใจ เชิญชวน โปรดสังเกตกลับดูเสแสร้งมากขึ้นๆ เขียนคิ้วทาปากมากขึ้น คือเหมือนสาวที่สวยผาดไม่ใช่สวยพิศ (สวยแรกเห็นแต่ดูนานๆไม่สวย)
  8. แผ่นสาธิตจริงๆที่นอกจากมีเพลงคัดจากแต่ละอัลบั้มดีๆแล้ว ( 70 เปอร์เซ็นต์มาจากค่ายเพลงเล็กๆที่บันทึกไฮเอนด์ตามข้อ 2 และข้อ 7 ยังเพิ่มสัญญาณเสียงทดสอบ จากเครื่องสร้างคลื่นเสียงอิเล็กโทรนิกส์ไล่แต่ละช่วงความถี่ บางแผ่นก็ละเอียดยิบ บางแผ่นก็ลดทอนลง มีการทดสอบเสียงแต่ละร่องเสียง (ซ้าย,กลาง,ขวา) ต่อเฟสตรงหรือกลับ,การสวิงเสียง,สัญญาณรบกวน,เทคนิคของการวางไมโครโฟนต่างๆ ชนิดของการเลือกบันทึกแม่เทปดิจิตอลในแต่ละรายละเอียด ฯลฯ
    บ้างก็เป็นเสียงทดสอบจากเสียงรอบๆตัวเรา เช่น เสียงแก้วแตก,เสียงฝนตก,ฟ้าร้อง,เสียงเครื่องดนตรีต่างๆทั้งแบบอคูสติกและแบบอิเล็คโทรนิกส์
  9. แผ่นสาธิตที่จัดทำโดยค่ายนิตยสารเครื่องเสียงทั้งในประเทศและนอกประเทศ ก็ใช่จะไว้ใจได้เกือบทั้งหมด ถ้าไม่เสียงทึบ ขาดความสด,ประกาย,ฉ่ำพลิ้ว ก็มักเสียงแบน หรือกดการสวิงเสียงไว้ เป็นเรื่องน่าอายที่คนในวงการสื่อที่ควรนำเสนอ สิ่งที่ถูกต้องกลับทำผิดพลาดเสียเอง
  10. แผ่นก๊อบปี้จากจีน ที่ก๊อบปี้จากแผ่นสาธิต,แผ่นหูทองทั้งหลาย (AUDIOPHILE) หรือแม้แต่แผ่นธรรมดา 85-90% ของแผ่นจีนผีเหล่านี้ กลับได้มิติเสียงดีกว่าแผ่นต้นฉบับเสียอีก (อย่างงมันเป็นไปได้ ถ้าพูดอธิบายจะยาว) อย่างไรก็ตาม กรณีก๊อบปี้จากแผ่น XRCD คุณภาพจะด้อยลงแน่ เพราะไม่ได้ใช้วิธีการปั้มแผ่นและใช้วัสดุเกรดอย่างต้นฉบับ (XRCD จะไม่เพียงปรับปรุงตัวมาสเตอร์แต่จะปรับปรุงขั้นตอนการทำแผ่นด้วย) ดังนั้นแม้แผ่นจีนจะปั้มว่า XRCD ก็รู้ไว้ว่าได้แค่ตัวสัญญาณ ไม่ได้ตัวแผ่นคุณภาพอย่างนั้น

ถ้าเป็นแผ่น HDCD จากจีน อย่าสงสัยว่าทำไมแผ่นต้นฉบับไม่ได้ทำ HDCD แล้วทำไมแผ่นจีนมี เป็นเพราะทางจีนเขาเอาแผ่นต้นฉบับไปทำการ UP SAMPING (ตามข้อ 3) จำลองเป็น 20 บิท แล้วผ่านการเข้ารหัส HDCD เป็น 16 บิท ใครมีเครื่องเล่นที่ถอด HDCD ได้ ก็ได้ออกมาเป็น 20 บิทได้ พูดง่ายๆเหมือนการฟังจากแผ่น UP SAMPING นั่นแหละ

สรุป

          อย่าหลงใหลได้ปลื้มหรือฝากชีวิตไว้วางใจกับแผ่นประเภทหูทอง,สาธิต AUDIOPHILE มากนัก 80% ของแผ่นพวกนี้ จริงๆแล้วคุณภาพก็ยังงั้นๆแถมแพงจัดอีกต่างหาก ดีที่สุดคือ ลองแผ่นให้มากที่สุด,ทุกแง่มุมที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราจึงจะเห็น ตัวตน ที่แท้จริงของเครื่องเสียงเรา,ชุดเรา ให้ลองทั้งแผ่นบันทึกดี,บันทึกเลว,แผ่นใหม่,แผ่นโบราณ นั่นแหละจึงจะไม่หลงทางและถูกหลอก

www.maitreeav.com

www.maitreeav.com
สำนักงาน : 313/129 ซ. เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร. 081-5500269 , 099-569-6459