000
ยินดีต้อนรับเข้าสู่...เว็บสาระ / ความรู้เรื่องเครื่องเสียง    
 
บอร์ดพูดคุย, ซื้อ-ขายเครื่องเสียง
>> audio-teams.com
>> noom-hifi.com
>> wijitboonchoo.com
>> hifi55.com  
>> sk-audiophile.com
>> htg2.net
นิตยสารเครื่องเสียง
>> what Hi-Fi? Thailand
>> The Wave
>> Audiophile-Videophile
>> gm2000.com
>> The Stereo
ร้านค้าเครื่องเสียง
>> Piyanas Electric
>> KS Sons Group
>> Conice (บ้านทวาทศิน)
>> อัศวโสภณ
>> munkonggadget.com
>> bkkaudio.com
 
ปรับขนาดตัวหนังสือ เช่น 15, 16, 18, 20, + + / ยกเลิกใส่ 0 :

หมวดหมู่ > บทความ > กะเทาะเปลือกวงการเครื่องเสียงไฮเอ็นด์ > อนาคตของเครื่องเสียงไฮเอนด์
วันที่ : 04/05/2016
1,021 views

อนาคตของเครื่องเสียงไฮเอนด์

โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

ถ้าเราพิจารณาให้ ค.ศ. 1986 เป็นยุคที่เครื่องเสียงไฮเอนด์บูมสุดขีดทั่วโลก เหตุผลง่ายๆก็คือ ยุคนั้นเศรษฐกิจแถบเอเชียเติบโตแบบยั้งไม่อยู่ ด้วยแรงกระตุ้นและเงินทุนจากญี่ปุ่นที่ไหลหลั่งไปทั่วโลก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอเมริกา รวมทั้งไทยด้วย

          แต่วันนี้ ญี่ปุ่นยังลูกผีลูกคน อเมริการ่อแร่ เกาหลีสร้างภาพ ยุโรปอยู่ไอซียู ไทยปริ่มน้ำ มีแต่จีนที่ยังเติบโตแต่ลดลงครึ่งหนึ่ง เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังติดลบและพร้อมจะแตกสลายเพราะเปาะบางเหลือเกิน ดังนั้น ฟันธงได้เลยว่าสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างเครื่องเสียงไฮเอนด์น่าจะรอวันสูญพันธุ์ (ซึ่งผู้เขียนภาวนาไม่อยากให้วันนั้นมาถึง)

          สังเกตว่า พวกซูเปอร์ไฮเอนด์จะตั้งราคากันแบบสวนกระแสด้วยราคาที่แพงลิบลิ่วอย่างหาเหตุผลไม่เจอ ระดับล้านบาทไม่ต้องพูดถึง เดี๋ยวนี้แต่ละชิ้นว่ากันหลายล้านบาท ขณะที่คุณภาพไม่ได้ดีขึ้นสมราคาค่าตัวเลย เหมือนกับว่าต่างรีบกอบโกยเป็นครั้งสุดท้าย (เพื่อขายให้จอมจุ้ยหน้าโง่หรืออาชญากรฟอกเงินข้ามชาติ) แล้วจะได้ปิดบริษัทเลิกกิจการแบบล้างมือในอ่างทองคำ

          ในวงการไฮเอนด์ ผู้เขียนขอเตือนนักเล่นว่า ราคา ไม่ได้เป็นหลักประกันใดๆทั้งสิ้นว่าเครื่องเสียงนั้นจะดีขึ้นตามราคาที่แพงขึ้นๆเสมอไป บ่อยๆที่ต้องตั้งคำถามว่า เขาทำออกมาขายได้อย่างไร เสียงอย่างนั้นฟังเป็นหรือเปล่า วงการไฮเอนด์มีแต่คำว่า HYPE หรือ “ราคาคุย” หรือ “เพ้อพกหลงทาง” ยิ่งตั้งราคากันสูงลิบอย่างไร้เหตุผล ทุกระดับของธุรกิจยิ่งถูกผลักดันด้วย “ผลประโยชน์มหาศาล” มากกว่า “ศิลปะและความบันเทิง” น่าเอน็จอนาถจนเสี่ย,อภิมหาเสี่ยที่เป็นนักเล่นจริงๆเข็ดเขี้ยว เหลือแต่อาชญากรฟอกเงินที่จะเป็นลูกค้า วงการจึงเหี่ยวและหดลง รอวันสูญพันธุ์

          ในทางตรงข้าม เป็นเรื่องแปลกที่วงการเครื่องเสียงระดับกลางลงล่าง นับวันกลับเติบโตสวนกับไฮเอนด์ ที่สำคัญคือราคาถูกลงแต่คุณภาพกลับดีขึ้นๆ ไม่เกินจริงถ้าจะบอกว่ามินิคอมโบบางชุดราคาแค่ 2 หมื่นบาทแต่เสียง (CD) น่าฟังมี เสน่ห์กว่าชุดเครื่องเสียงไฮเอนด์ระดับเกือบ 2 ล้านบาท สายเสียง (INTERCONNECT) ราคา 500/ชุด เสียงน่าฟังกว่าสาย ไฮเอนด์ 3 หมื่นกว่าบาท ลำโพงไฮเอนด์ 9 หมื่นบาท เสียงดีกว่าซูเปอร์ไฮเอนด์คู่ละ 3.5 ล้านบาท ลำโพงไฮเอนด์ 8 แสน, 3.5 ล้าน,1.5 ล้าน,1 ล้าน (4 คู่ 4 ยี่ห้อ) ดอกลำโพงต่อกลับเฟส แต่นิตยสารใต้ดินชมเลอเลิศ ยกให้เป็นลำโพงแห่งปี...บ้าไหม

          ด้วยเทคโนโลยี่ใหม่ล่าสุด ไม่ว่าการโอนถ่ายข้อมูลแบบไม่สูญเสียผ่านอินเตอร์เน็ต (จากเว็บไซด์ขายเพลง) ,การบันทึกลงสื่อไร้กลไก (การ์ดความจำ),กลไกการเล่นแผ่น BLURAY,ดิจิตอลแอมป์,การทำงานบนพื้นฐานโปรแกรม (SOFT WARE) ที่เลือกบุคลิกเสียง,มิติได้,วัสดุการทำดอกลำโพงที่ดีขึ้นพิสดารขึ้น,ระบบการผลิตมากๆ (MASS) ,เครื่องเล่นพก พาที่ดีขึ้น,หูฟังที่ดีขึ้นถูกลง,ระบบซื้อขาย ON LINE ทั้งหมดนี้จะพลิกโฉมของวงการและธุรกิจเครื่องเสียงไฮเอนด์ไปอย่างที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีก ขณะที่ส่วนหนึ่งของผู้ผลิตจะเน้นราคาถูกและฟังก์ชั่นใช้งานโดยไม่ใส่ใจคุณภาพเสียง แต่เทคโน โลยี่เหล่านี้จะเปิดโอกาสให้อีกส่วนหนึ่งของผู้ผลิตสามารถผลิตเครื่องเสียง คุณภาพเสียงระดับไฮเอนด์ได้ แต่หุ่นไม่หรูหราบ้าเลือด ในราคาที่ใครๆก็ซื้อหาได้อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งส่วนนี้จะยิ่งกระทบกระเทือนต่อธุรกิจเครื่องเสียงไฮเอนด์ในรูปลักษณ์และความคิดเก่าๆ ซึ่งผู้บริโภคจะรู้สึกว่ามันแพงโดยไม่ได้ดีกว่าเครื่องเสียง MASS สมัยใหม่ นอกจากนั้น อินเตอร์เน็ต (เฟชบุ้ค) ทำให้นักเล่นถึงกันหมด การหลอกขายของ ขายภาพพจน์ ราคาคุยของวงการไฮเอนด์จะทำไม่ได้อีกต่อไป ต้องคุ้มค่าและดีจริงเท่านั้นจึงจะอยู่ได้

          จับตา เครื่องเสียงไฮเอนด์ (แต่ราคาชาวบ้าน) จากจีน เมื่อไรที่จีนมีนักฟังหูอินเตอร์ที่ฟังเก่งจริง และจีนตั้งใจผลิตเพื่อส่งออกด้วยมาตรฐานสินค้าอินเตอร์ รู้จักทำการตลาดของเครื่องเสียงไฮเอนด์ เข้าครอบงำสื่อ ค้าขายแบบอินเตอร์จริงๆ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในวิสัยที่จีนทำได้ ถ้ามีกุนซือที่ดี เมื่อนั้น จีนจะครองเครื่องเสียงไฮเอนด์ทั้งหมด จนไม่น่ามียี่ห้อไหนเหลือรอด ทนอยู่ได้

          ดังนั้น สำหรับผู้ผลิตเครื่องเสียงไฮเอนด์ในปัจจุบันต้องวิ่งเข้าหาจีนผลิตในจีนหรือร่วมมือกัน ที่สำคัญ ห้าม หรืออย่าคิดที่จะขาย “ยี่ห้อดัง” ของตนให้แก่จีนไปสวมรอยผลิตเพราะยิ่งยี่ห้อดังของคุณ “เคยโด่งดัง ได้รับการยอมรับ” แค่ไหน สาวกของยี่ห้อนั้นยิ่งรู้สึกสะอื้นและชอกช้ำพร้อมกับเมินหน้าหนี ยี่ห้อเดิมที่สวมวิญญาณจีนเพราะคุณได้ทำให้พวกเขาสูญเสียความภาคภูมิใจ ความจงรักภักดีต่อขวัญใจของพวกเขาเสียแล้ว

          ที่ถูกคือ ต้องปั้นยี่ห้อใหม่ทำในจีน ที่ทำให้ดูดีกว่าเก่าขึ้นไปอีก แต่เน้นว่ามันคุ้มค่าขึ้น ประหยัดขึ้น แถมต้องทำและพิสูจน์ให้ได้ว่า ดีกว่าเก่า ทุกกรณี ต้องขายภาพใหม่ จินตนาการใหม่ ความภาคภูมิใจใหม่

          สำหรับผู้ผลิตเครื่องเสียงไฮเอนด์และผู้บริโภค สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดตั้งแต่ต้น น่าจะนำมาประยุกต์ในการกำหนดและวางตัวของการทำธุรกิจและการเลือกบริโภคได้อย่างมาก ได้ทราบสายสนกลในของวงการนี้อย่างถึงกึ๋นส์ จึงมั่นใจได้ว่าจะผิดพลาดน้อยที่สุดและประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจได้

คนไทยสามารถทำเครื่องเสียงไฮเอนด์ขายได้หรือไม่

          คำตอบคือ ได้แน่นอน ตราบใดที่ค่ายญี่ปุ่นกับฝรั่งยังทำธุรกิจแบบบิดเบี้ยวและหลงประเด็น จูนไม่เก่ง ฟังไม่เป็น มีแต่ราคาคุย ขายความแพงอย่างเดียว ไม่ได้ขายคุณภาพเนื้อในจริงๆ ขณะที่ค่ายจีนบางบริษัทอาจฟังเป็นบ้างแต่มาตรฐานการผลิตยังไม่เท่าไร ยังรู้เทคนิคเรื่องไฮเอนด์ไม่มากนัก (ยังน้อยมาก) เครื่องเสียงไทยจึงมีสิทธิ์ก้าวถึงไฮเอนด์ได้ ขอแต่เน้นคุณภาพและลบความมีอัตตาหรืออีโก้ เปิดใจรับฟังจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะต้องมีทีมหรือนักฟังที่เก่งจริงๆมาช่วยจูน ชี้แนะและกล้าที่จะทำดี ขายราคาระดับ B++ ไม่ใช่ดูถูกตัวเอง กดราคาขายอย่างกับเครื่องโหล ไม่กล้ากินเหลาจนไม่มีงบ ในการทำประชาสัมพันธ์หรือต้องลดคุณภาพของลง รักจะทำของไฮเอนด์ต้องออกแบบอย่างไฮเอนด์ มีวิศวกรออกแบบ ที่เก่งจริง,ตัวถังที่ดูดี,คู่มือที่หรู,กล่องบรรจุที่ดูมีราคา,ทีมขายที่ไฮเอนด์,การโฆษณาที่ไฮเอนด์,การบริการหลังการขายที่ถึงลูกถึงคน,โชว์รูมที่ดี (ไม่จำเป็นต้องสุดหรู) สุดท้ายต้องมีสายป่านมีทุนมากพอ ถ้าครบองค์ประกอบ ไปได้แน่ และประสบความสำเร็จแน่นอน ผู้นำเข้าเครื่องเสียงไฮเอนด์จะพบว่าแทนที่จะต้องลงทุนหลายๆล้านบาทหรือนับสิบๆล้านบาทสั่งเครื่องเสียงไฮเอนด์นอกมาขาย สู้ผลิต,ออกแบบทำในนี้ มั่นคงและมันส์กว่าเยอะ กินกว้าง,กินไกล,กินนาน ไม่ต้องตีงูให้กากิน แล้วนั่งรอบริษัทฝรั่งเจ๊ง! หรือถูกแย่งเอเย่นต์ มี 2 อย่างเท่านั้นจริงๆ

อนาคตวงการเครื่องเสียงไฮเอนด์บ้านเรา ตอบได้ทันทีครับ มืดมน ด้วยสาเหตุ

  1. เถ้าแก่ไม่ได้ลงมาดูเองหรือยืนขายเอง ปล่อยให้พนักงานขาย (โดยคิดแต่ค่าคอมมิชชั่นจากการขาย จึงทำทุกวิถีทางที่จะขายให้ได้, ไม่ขวนขวายหาความรู้, ฟังให้เป็นจริงๆ ดังกล่าวแล้ว)
  2. เถ้าแก่เองฟังไม่เป็น ไม่แม่น
  3. วงการนี้หดตัวลงมาก เพราะลูกค้าใหญ่เศรษฐีตะวันออกกลางจนลงและเป๋ไปหมดแล้วอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ (ราคาน้ำมันตกลงทุกวัน)
  4. พฤติกรรมเด็กรุ่นใหม่ไปหมกมุ่น IT มากว่า AUDIO
  5. ตัวแทนจำหน่ายใหญ่ๆ จากจีนจะเข้ามาแย่งเอเย่นต์คนไทยหมดโดยการขู่เรื่องยอดขายในจีน (ที่มากกว่าไทยมากๆ) กับเจ้าของสินค้าให้ต้องตัดตัวแทนเดิมในไทยและโอนไปให้ตัวแทนที่จีนดูแลในไทยด้วย (ตอนนี้ก็มีเข้ามาแบบนี้แล้วเกือบ 10 ยี่ห้อ) ไม่มีทางที่ตัวแทนไทยจะต่อกรได้เลย เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นใน 1 – 2 ปีเป็นอย่างช้า)
  6. สุดท้ายวงการไฮเอนด์จะกลับไปสู่สภาวะ DIY คือนักเล่นประกอบเล่นเองเพราะข้อมูลหาได้ไม่ยาก ทำแล้วถูกกว่า ของไฮเอนด์เป็น 10 – 20 เท่า

 

www.maitreeav.com

www.maitreeav.com
สำนักงาน : 313/129 ซ. เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร. 081-5500269 , 099-569-6459