000
ยินดีต้อนรับเข้าสู่...เว็บสาระ / ความรู้เรื่องเครื่องเสียง    
 
บอร์ดพูดคุย, ซื้อ-ขายเครื่องเสียง
>> audio-teams.com
>> noom-hifi.com
>> wijitboonchoo.com
>> hifi55.com  
>> sk-audiophile.com
>> htg2.net
นิตยสารเครื่องเสียง
>> what Hi-Fi? Thailand
>> The Wave
>> Audiophile-Videophile
>> gm2000.com
>> The Stereo
ร้านค้าเครื่องเสียง
>> Piyanas Electric
>> KS Sons Group
>> Conice (บ้านทวาทศิน)
>> อัศวโสภณ
>> munkonggadget.com
>> bkkaudio.com
 
ปรับขนาดตัวหนังสือ เช่น 15, 16, 18, 20, + + / ยกเลิกใส่ 0 :

หมวดหมู่ > บทความ > ปกิณกะ > ฟังไม่เป็นก็เลิกเล่นเถิดครับ
วันที่ : 28/12/2016
795 views

ฟังไม่เป็นก็เลิกเล่นเถิดครับ

โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการฟังเพลงหรือเล่นเครื่องเสียงหรือการประกอบธุรกิจเครื่องเสียงรถยนต์ เครื่องเสียงบ้าน (ไม่ว่าเป็นผู้นำเข้า หรือร้านติดตั้ง) คือ การฟังเป็น

                ถ้าคุณไม่ทราบว่า เสียงที่ดี, ถูกต้อง และควรจะเป็น... เป็นเช่นไร แล้วคุณจะเลือกซื้อเครื่องเสียงให้ไม่ผิดหวังได้อย่างไร ถ้าฟังไม่เป็น ไม่ถูกคนขายหลอก ก็หลอกตัวเอง หรือถูกจูงจมูก โดยนักวิจารณ์ เจอนักวิจารณ์ดีมีคุณธรรมและฟังเป็นจริง ๆ ก็รอดตัวไป แต่ที่เห็น ๆ มีแต่...(เฮ้อ ไม่พูดดีกว่าครับ)

                ถ้าคุณฟังไม่เป็น คุณจะหลงหลุดเข้าวงจรอุบาทว์ วนเวียนแบบไล่จับเงาตัวเอง ไต้ตรงโน้นเสียตรงนี้ ได้ตรงนี้เสียตรงนั้น ตอนซื้อก็ฟังแล้วน่ะว่าได้สิ่งที่ต้องการ ไม่พลาดแน่ แต่ทำไม เอามาฟัง ยิ่งฟังยิ่งแย่ เริ่มฟ้องอะไรบางอย่างที่ไม่ต้องการมากขึ้นทุกที ๆ สุดท้ายโละทิ้งขาดทุนย่อยยับ แล้วก็วิ่ง ตะลอน ๆ หาใหม่ คงจะจริงมั้งที่เขาว่า เล่นเครื่องเสียงน่ะไม่มีวันจบหรอก

                ก็มันจะจบได้อย่างไร ถ้ายังฟังไม่เป็น ก็เลือกผิด ๆ ถูกๆ แบบตาม อารมณ์ที่ขาดๆ เกินๆ เติมไม่เป็น

                ถ้าฟังเป็น คุณจะเลือกด้วยเหตุและผล จะทราบว่า คุณจะได้อะไรและอาจต้องยอมลดหย่อนอะไรบ้าง เพื่อได้

อะไรมา หรือเพื่อเปิดทางให้แก้ไขได้ในอนาคต โดยไม่ต้องขายของเก่าทิ้ง คุณจะเล่นแบบมีแผน มีขั้นตอนและมีอนาคต คุณจะบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สักแต่ว่าเอาเงินเข้าทุ่มโถม หรือเล่นแบบฆ่าควายแต่เสียดายเกลือ

                นักวิจารณ์ไม่ใช่เทวดา พวกเขาอาจฟังจนเชี่ยวชาญ ฟังแค่ 10-15 นาที ก็มองออกว่าอะไรเป็นอะไร ควรแก้ไข อย่างไร แต่ไม่ใช่ว่าพวกเราจะทำอย่างพวกเขาไม่ได้ ถ้าเราจับวิธีการฟังออก และรู้เทคนิค อาจต้องใช้เวลาเป็นวัน หรือเป็นอาทิตย์ จึงจะจับออก เพราะเรามีโอกาสฟังน้อยกว่าพวกเขามาก แต่ไม่หมายความว่า เราจะไปไม่ถึง มันไม่ใช่เรื่องลึกลับ มนต์ดำอะไร ขอแต่ให้เรามีครูที่ดี่ ชี้แนะเท่านั้น

                คุณอาจจะบอกว่า “ไม่เป็นไรคุณไมตรี ผมเชื่อคุณ”

                “คุณจัดชุดเครื่องเสียงงบเท่านี้มา ให้ผมชุดหนึ่งก็แล้วกัน”

                ครับ...มันอาจดูง่ายดี สะดวก แบบรับประทานอาหารฟาสฟู้ด (ที่ใครบางคนแปลว่า “แดกด่วน”) และไม่พลาด แต่จะไม่ดีกว่าหรือ ถ้าคุณจะได้ตระเวนหา ตระเวนฟังด้วยตนเอง หลังจากผมติดอาวุธ “เทคนิคการฟัง” ไปให้แล้ว ได้ทั้งความสนุกและหลากหลาย ได้จับผิดร้านค้าว่า ร้านใดรู้จริง, รู้แจ้ง, รู้จด, รู้จำ, นักวิจารณ์คนไหน ราคา คุย, เก่งจริงหรือก็แค่ตาบอดนำทาง

                เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าคุณรู้จักที่จะ^ ฟังและจับประเด็น การฟังเพลงของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เหมือนคุณดู กีฬา ถ้าคุณรู้กติกาและยิ่งคุณเล่นเป็นด้วย ความมันส์, ความสนุกเพลิดเพลินจะทวีคูณ

                เมื่อคุณฟังเป็นคุณก็เลือกเครื่องเสียงได้ไม่พลาด ได้คุณภาพที่คุ้มค่าราคา เมื่อคุณภาพออกมาดี ทั้งมิติและเสียง คุณก็ไค้อรรถรสของการฟังที่สมบูรณ์ถูกต้องสมดังที่ผู้ประพันธ์เพลงตั้งใจ คุณจับออกว่าเสียงนั้นจะถูกประสานรับด้วยเสียงโน้น โดยมีเสียงนี้เป็นตัวเชื่อม ชุดของคุณดี ทุกอย่างออกมาครบ (ซึ่งคุณฟังเป็นจึงรู้ว่าครบ) มันก็สอดประสาน รับกันไค้หมดไม่เกิดการโดด, ลักลั่น,

                นี่คือประโยชน์ของการฟังเป็น

                สำหรับท่านที่เป็นตัวแทนจำหน่าย หรือร้านติดตั้งร้านขายเครื่องเสียง (บ้าน- รถ) การฟังเป็นยิ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่าง ยิ่งยวด ถ้าคุณสมบัติข้อนี้ไม่ผ่าน ก็ไปลาบวชเถิดครับ อย่ามาทำธุรกิจเครื่องเสียงเลย เหตุผลง่าย ๆ

                ถ้าคุณฟังไม่เป็น คุณจะคัดสินค้าเข้าร้าน เอามาจำหน่ายได้อย่างไร คุณจะแนะนำลูกค้าได้อย่างไรว่า สินค้าแต่ละตัวมีจุดดีจุดด้อยกว่ากันอย่างไร ลูกค้าไม่เก่ง ไม่มีประสบการณ์, โอกาสฟังมากๆ อยู่กับมันเท่าเรา ถ้าคุณทำให้ลูกค้าแยกความแตกต่างไม่ออก ลูกค้าจะกล้าตัดสินใจง่าย ๆ หรืออาจขอกลับไปคิดดูก่อน (แล้วสุนัขก็คาบไปรับประทาน) คุณไม่มีทางปิดการขายได้เลย นอกจากลูกค้าที่ไม่เอาไหนสนตะพาย อย่างไรก็เชื่อไปหมด แต่จะมี “หมู” มาให้เชือดบ่อยนักหรือ ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี เงินหายาก ลูกค้าต้องมั่นใจจริง ๆ จึงจะยอมควักกระเป๋า

                ถ้าคุณฟังไม่เป็น หลับหูหลับตา เอาสินค้าเน่าๆ มาขาย อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (เพราะฟังไม่เป็น) หรือเห็นแก่ผล กำไรงาม ในระยะยาวลูกค้าจะหนีหมด เพราะผิดหวังเมื่อค้นพบว่า มีสินค้าที่ดีกว่า (ราคาเท่ากันหรืออาจถูกกว่าด้วย) แต่คุณกลับไม่แนะนำ, ไม่น่ามาจำหน่าย, หรือหลับหูหลับตา “เผา” สินค้านั้น (เพราะไม่เคยฟัง, ฟังไม่เป็น, มีอคติกับเจ้าของสินค้า, กำไรน้อย)

                ถ้าคุณฟังเป็น ฟังเก่ง จะสามารถอธิบายคุณภาพ, แจกแจงให้ผู้นำเข้าแต่ละรายที่มาเสนอสินค้าให้คุณขาย ได้ฟังว่าของพวกเขาดีเลวอย่างไร เมื่อเทียบกับคู่แข่ง และถ้าจะให้ขายได้เขาควรทำราคาอย่างไร บางทีกลับควรเพิ่มราคาด้วยซํ้า ถ้าถูกไป ลูกค้ากลับเมินเพราะนึกว่าของไม่ดี หรือถ้าของสู้คู่แข่งไม่ได้คุณก็จะได้แนะนำให้ผู้นำเข้าลดราคาลงมา

                ถ้าคุณฟังไม่เป็น คุณจะจัดชุดที่ลงตัว ถูกสเปคหูลูกค้าได้อย่างไร ติดตั้งเสร็จแล้ว จะจูนเสียงให้ลูกค้าได้อย่างไร ถ้าเสียงออกมาผิดปกติ คุณจะแก้ปัญหาได้อย่างไรที่ตรงเป้าที่สุด เร็วที่สุด ไม่บานปลาย เสียเวลา เสียความรู้สีกของลูกค้า

                การฟังเป็นทำให้คุณ “คัดของขาย” สินค้าไหนไม่ดี ก็หลีกเลี่ยงที่จะสั่งมาบริการลูกค้า หรือสต๊อกน้อยที่สุด สำหรับลูกค้าที่หัวดื้อเท่านั้น คุณไม่ต้องสั่งมาทุกรุ่น, ทุกยี่ห้อจนเป็นชุปเปอร์มาร์เก็ต ยิ่งร้านที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวทุนรอนน้อยฟังและเจ๊งกันมามากก็เพราะสต๊อกทับตายนี่แหละ สั่งของด้วยความเกรงใจผู้นำเข้า สงสารเซลล์จอมตื๊อ เห็นแก่ kick back (คือส่วนลดถ้าสั่งถึงเป้า) เห็นแก่เป้าทอง, เป้าเที่ยว หลงไว้ใจ หลงจู้ (ที่กินค่าหัวคิว) ทั้งหมดนี่คุณ (เจ้าของร้าน) สามารถทำให้กระจ่างและสรุปจบได้โดยใครต้องเกรงใจคุณ โดยการฟังทดสอบให้แต่ละเจ้าเข้าใจตัวเอง ว่าสินค้าของตัวเองอยู่ระคับไหน ทำไมหลงจู้สั่งของที่แย่กว่ามาขาย (รับรองว่าหลงจู้พูดไม่ออก) ทั้งหมดอยู่ที่คุณต้องฟังเป็น และทำให้คุณจำกัดสต๊อกสินค้าได้

                และในกรณีที่คุณพลาด ก็สามารถใช้ความรู้, การฟังเป็นมาช่วยปรับแต่ง แก้ไขตัวสินค้าที่ค้างสต๊อกได้ ช่วยใน การจับแพะชนแกะ (อย่างเป็นงาน) แล้วได้ผลรวม (ชุดรวม) ออกมาดีได้แฮปปี้ทุกฝ่าย ก็จะช่วยระบายสต๊อกได้ เผลอ ๆ คุณเก่งพอ รู้ว่าสินค้าตัวไหนมีแววดี มากแต่พลาดไปนิดเดียว ทำให้ตกม้าตาย ขายไม่ออก ผู้นำเข้ากำลังถูกสต๊อกทับตาย คุณก็อาจเสนอเงื่อนไข พิเศษตัดมาทำในราคาลดพิเศษ (เผื่อชดเชยต้นทุนการแก้ไข) คุณก็จะได้ของที่จะดีและต้นทุนต่ำกว่าปกติมาบริการ ทุกฝ่ายก็แฮปปี้

                ในแง่ของผู้นำเข้า

                ผมเคยมีโอกาสไปนอกหาสินค้ากับเอเย่นต์ 2-3 เจ้าทราบไหมครับว่า พวกเขาคัดของมาขายกันอย่างไร พวกเขาดูหุ่นแล้วก็สนใจไปขอเซ็นเป็นเอเย่นต์ทันที กลัวคู่แข่งคนไทยด้วยกันมาแย่ง ผมเห็นพวกเขาทำงานกันแบบนี้แล้ว ก็ได้แต่ปลง ถึงเวลาก็กะลิ้มกะเหลี่ยขอให้ไมตรีช่วยเชียร์ เวลาของมาถึงแล้ว เสียงมันไม่ดีจริง ครั้นผมบ่ายเบี่ยงหรือทดสอบแล้วมันเข็นไม่ขึ้น ก็พาลเหล่ตัวผม หาว่าลำเอียง เพื่อนฝูงไม่ช่วยกัน โธ่เอ๋ย ก็อีตอนสั่งทำไมไม่ขอตัวอย่างมาทดสอบดูก่อน พอเป็นศพเน่าแล้วจะมาให้ผมช่วยปลุกผีดิบ ผมไม่ใช่เทวดานี่ครับ และผมก็มีความเคารพตัวเองและผู้บริโภค อะไรถ้าดีจริงผมเชียร์ทั้งนั้น

                มีน้อยรายมากที่ผู้นำเข้าบ้านเราจะฟังเป็นสัก 60 เปอร์เซ็นต์ของการฟังถูกต้อง (100 เปอร์เซ็นต์) ฟังได้เก่งเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ยิ่งเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร เพราะวิธีการตัดสินใจหาสินค้ามาขาย คือ

  1. หุ่นเท่ห์ ดูดี ชื่อหอม
  2. เห็นมีโฆษณาเยอะในนิตยสาร ต่างประเทศ
  3. โด่งดังได้รางวัลที่เมืองนอก (ไม่สนใจว่าเป็นรางวัลอะไรฝักถั่วหรือไม่)
  4. เมืองนอกเอามาประเคนเอเย่นต์ให้
  5. ผลกำไรงาม
  6. เสียงดี มิติดี

                เมื่อผู้นำเข้าเองฟังไม่เป็น ก็ไม่มีอะไรจะไปบี้ราคากับเมืองนอก ไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับสินค้าคู่แข่งอื่น ๆ ของยี่ห้อนั้น ๆ ให้เมืองนอกฟัง ไม่สามารถชี้จุดอ่อนจุดแข็ง มองไม่ออกว่าสินค้านั้นจะมีอนาคตยาวนานแค่ไหน (เครื่องเสียงที่จะกินไกล ต้องมีคุณภาพเสียงเป็นเนื้อในที่ดี ไม่สร้างปัญหาการหาคู่ให้แก่มัน) จัดลำดับคุณภาพ (คุณค่า) ของสินค้าแต่ละตัวในหมวดเดียวกันไม่เป็น ทำให้มองไม่ออกว่า คู่แข่งที่ใกล้ที่สุดไปจนถึงไกลมีใครบ้าง มีอะไรได้เปรียบเสียเปรียบคู่แข่ง จุดอ่อนคู่แข่ง จุดแข็งของเรา ไม่มัวแต่เน้นทำโฆษณาสวยๆ แต่ไร้สาระ สื่อไม่ตรงเป้า เผลอ ๆ หลงประเด็นด้วยซํ้า เสียเงินเปล่า ๆ (กรณีนี้เยอะไปเปิดดูโฆษณาในนิตยสารเครื่องเสียงบ้าน, เครื่องเสียงรถของแต่ละเล่มดูเถอะ)

                กรณีของผู้ผสิตในนี้ (ทั้งเครื่องเสียงบ้านและรถ)

                น่าเศร้าจริง ๆ ผมเคยพูดคุยกับผู้ผลิตเครื่องเสียงบ้านรายหนึ่งจริง ๆ แล้วเราก็สนิทสนมกันมาเป็น 10 ปี เห็นความตั้งใจจริงที่จะทำของดีของเขา ผมก็เสนอจะทำการทดสอบเครื่องเสียงของเขา หลังจากนำไปทดสอบอยู่เป็นอาทิตย์ มิใยที่ผมจะพยายามลุ้นทุกอย่าง ก็ปรากฏว่า มันดีไม่เท่าที่ควร ผมจึงนำไปส่งคืนและแจ้งปัญหา พร้อมกับข้อแนะนำแก้ไข ผลที่ได้รับคือ ความไม่พอใจและข้ออ้างว่า ได้ผลิตออกมาแล้ว หลายสิบชุด ต้องขายไปทั้งอย่างนั้นแหละ ผมจะไม่เขียนทดสอบก็ไม่เป็นไร เล่นเอาผมเซ็งเลย นึกในใจว่า ก็ทำไมตอนทำต้นแบบไม่เรียกให้ผมมาช่วยฟังติชมแก้ไข

                นี่อาจจะเป็นด้วยความเชื่อมั่นผสมอัตตา (EGO) ของเพื่อนผู้นั้น หรือความเกรงใจผมก็สุดแท้แต่ ที่แน่ ๆ คือ เขาเองก็ยังฟังได้ไม่เก่งพอ จึงจูนเสียง, มิติออกมาผิดพลาด

                มันก็เหมือนผู้นำเข้าเครื่องเสียงบ้านจากนอก บางเจ้าเน้นแต่เครื่องเสียงไฮเอนด์ ถ้านิตยสารใต้ดินเมืองนอกเชียร์ตัวไหน ก็จะจำขี้ปากฝรั่งมาพ่นต่อใส่หูคนไทย ทำยังกับว่า พวกฝรั่งคือศาสดาของเครื่องเสียงไฮเอนด์ ใครคัดค้านจะถูกมองด้วยสายตาดูถูกดูแคลน ไม่เคยเชื่อถือหูคนไทย แต่โทษที สินค้าหลายตัวฝรั่งก๊กนั้นก็ยังพร่ำสวดมนต์ สรรเสริญว่าดุจประทานจากสวรรค์ ทั้ง ๆ ที่สินค้าเหล่านั้น ทำมาอย่างผิดพลาด แบบไม่น่าเชื่อและผมก็ได้สัมผัสแก้ไข พิสูจน์ให้ลูกน้องเถ้าแก่ดู ว่าทำมาผิดจริงแก้ไขแล้วดีขึ้นจริง

                นอกจากเอเย่นต์พวกนื้จะบูชาฝรั่งก๊กนี้แล้ว (ถ้าพวกเรารู้เบื้องหลังฝรั่งพวกนี้แล้วจะหนาว!) ยังระบาดสู่นักเล่น ให้หลงบูชา (ดีที่ไม่ถึงกับกราบไหว้ขึ้นหิ้ง) ถ้าฝรั่งก๊กนี้ว่าดี ทั้ง ๆ ที่ฟังแล้วไม่ได้เรื่อง ก็กลับโทษชุดของตัวเอง หูตัวเองไปโน่น น่าสงสารแกมสมเพชจริง ๆ คนไทยใจทาส

                เพราะความที่ผู้ผลิต (เจ้าของ, นายทุน) ฟังไม่เป็น แต่อยากทำเครื่องเสียงขาย (ด้วยเห็นช่องทางการตลาด) ทาง หนึ่งคือ

                - ขายอะหลั่ย คุยขโมงโฉงเฉงว่า ใข้อะหลั่ยเกรดโน้นนี้ แบบที่ใช้ในเครื่องเสียงนอกไฮเอนด์ วงจรพิสดารพันลึก บางทีไม่มีอะไรหรอก ลอกจากชาวบ้าน แล้วมาบัญญัติศัพท์แปลก ๆ ให้ดูขลัง ยังกับว่าคิดเอง เปิดเครื่องโชว์ให้ดูว่า ผลงานเรียบร้อยแค่ไหน (บ่อย ๆ ที่ซ่อนลายระเกะระกะอยู่ใต้แท่น) น่าสงสารจริง ๆ ไม่รู้เลยว่า ของดี ๆ เสียงดี ๆ ทุกจุด ทุกตารางนิ้ว บนแผงวงจรการวางอุปกรณ์อื่น ๆ ในเครื่อง มันล้วนมีเหตุผล ทั้งทางไฟฟ้าและการฟังทดสอบ ไม่ใช่สักแต่ว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอม

                เลยไม่รู้ว่า จะขายอะหลั่ย, ขาย เครื่องไฟฟ้า, ขายรูปภาพ, ขายปฏิมากรรม หรือขายเสียงและบรรยากาศที่สมจริง...กันแน่

                - ฝากชีวิตไว้กับนักวิจารณ์ หรือนักเชียร์ ตรงนี้อันตรายมาก บางทีเถ้าแก่ฟังไม่เป็นก็หวังอาศัย “หู” ของนักวิจารณ์ให้ช่วยฟัง ด้วยคิดว่า นักวิจารณ์ ฟังเก่ง, หูถึง ถ้านักวิจารณ์ปรบมือให้ ก็ไฟเขียว ลุยอย่างเดียวทั้งการผลิต, การโฆษณา ใครมาคัดค้าน ถือว่าศัตรู รับฟังไม่ได้ บังเอิญเกิดได้จังหวะ สินค้าขายดี เปล่า...ไม่ใช่ว่าของดีจริงหรอก แต่เพราะฟอร์มของนัก วิจารณ์ที่ดูดีใคร ๆ ก็รู้จัก จึงหลงเชื่อนักวิจารณ์และกระบอกเสียงของนักวิจารณ์ ก็เฮโลไปซื้อ “ความผิดหวัง” กลับมาเป็นปัญหาให้แก้ที่บ้าน โอ้... อนิจจานักวิจารณ์นั้น คงไม่ได้โกหก หลอกลวงอะไร อาศัยการหลบหลีก เล็กน้อยเอาตัวรอด กลบเกลื่อนให้ใครไม่รู้ว่า ฟังไม่เก่งจริง แล้วก็พาชาวบ้าน เข้าป่ากันทั้งประเทศ เถ้าแก่ที่ฝากอนาคตของตัวเองและโรงงานไว้กับ นักวิจารณ์คนเดียว ก็คือการเป็นทาส ของนักวิจารณ์ กลัวแม้กระทั้งจะถูกเหยียบย่ำ, ประชุมเพลิง ถ้าบังอาจประกาศอิสรภาพ ไม่ขึ้นต่อนักวิจารณ์ อีกต่อไป

                ปัญหาทั้งหมดคือ เถ้าแก่ฟังไม่เป็นและไม่สนใจที่จะฟังให้เป็น ฟังเป็นเมื่อไร ก็จะทราบพันทีว่า นักวิจารณ์คนไหนของแท้ของปลอม ใครคือนักสร้างสรรค์ ใครคือนักขาย (ขายอะไรคิดดูเอาเองครับ)

                ถ้าอิสรภาพคืออนาคต การฟังให้ เป็นเท่านั้นที่ช่วยได้ ให้หูตาสว่าง!

                เชื่อนักเล่นไม่ว่ารุ่นพี่, รุ่นพ่อ

                จากประสบการณ์ 30 ปีในวงการ เครื่องเสียง ทั้งบ้านและรถ บอกได้เลย ว่าแทบจะไม่มีนักเล่นคนไหน ไม่ว่า ระดับใด ฟังเป็นเลย เรียนตรง ๆ ว่า อยากเจอ แต่ก็ยังไม่พบ!

                ที่เจอบ่อย คือประเภท ฟังมามาก แน่นอน ล่มจมมามาก ถูกหลอกมามาก เป็นเงาตามตัว พวกนี้พูดเก่ง ว่าได้เป็น ฉาก ๆ เครื่องโน้นดีกว่าเครื่องนี้ ลำโพงนี้ดีกว่าลำโพงนี้ สายโน้นเป็นอย่างนั้น สายนั้นเป็นอย่างนั้น แถมด้วยการเล่นตามฝรั่ง บางทีคุยด้วยความภูมิใจว่า ลำโพงตัวเองสุดยอดถึงขนาดฝรั่ง เจ้าของบริษัทบินมาติดตั้งให้ โทษที ลำโพงคู่ละ 3 ล้านกว่าบาท ฟันกำไรกัน คอขาดอย่างนี้ (ไม่ใช่แค่หัวแบะ) เอาเมียน้อยมาให้นอนด้วยยังได้เลย โง่จริง ๆ โง่สุด ๆ มูลค่าของอย่างเก่งก็ไม่ถึง 3 แสนบาท ผมเคยฟังลำโพงที่ฝรั่งเจ้านี้ มาติดตั้งจูนให้ที่โชว์รูมของเอเย่นต์ (ฝรั่งบินกลับไปก่อนประมาณ 2-3 ชั่วโมง) ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เห็นเขาตั้งชุด เครื่องเสียง เพื่อติดตั้งลำโพงของเขาแล้ว ไต้แต่อเน็จอนาถใจ ไม่มีการฟังตรวจสอบทิศทางปลั๊กไฟ AC ใด ๆ แม้แต่เครื่องเดียว (ปรี, เพาเวอร์โมโน, CD, DAC) ไม่มีการแยกสายต่าง ๆ ไม่ให้แตะกัน ที่แย่ที่สุด สายสัญญาณเสียงไม่ตรวจทิศ และใช้ลูกผสมมั่วไปหมด มันเละตั้งแต่ ก่อนเข้าลำโพงแล้ว ต่อให้พ่อของเทวดา ก็มาจูนลำโพงตั้งให้ดีไม่ได้ ไม้บรรทัด บิ่น ๆ จะขีดเส้นให้ตรงได้อย่างไร!

                        นักเล่นประเภทอภิมหาเสี่ยบางคน พูดดูถูกนักวิจารณ์ว่า “โห้ย...พวกนี้ไป เชื่ออะไรไต้ พวกมันยังฟังน้อยกว่าผมเล้ย”

ครับ เสี่ยพวกนั้นตอนนี้ตกสวรรค์ กันหมดแล้ว หลังจากฟองสบู่บ้านเราแตก

                        จริงครับ นักเล่นหลาย ๆ ท่าน มีโอกาสได้ฟังของแพง ๆ มากกว่านักวิจารณ์เพราะบริษัทยินดีที่จะยกไปล่อเสี่ย มากกว่าเสี่ยงให้นักวิจารณ์เอาไปพิสูจน์แต่ยิ่งเสี่ยฟังมามากแค่ไหนยิ่งบ่งบอกว่า เสี่ยพลาด (แปลว่าโง่) มามากแค่นั้น คนที่เขาฟังเก่ง ย่อมไม่ จำเป็นต้องลองผิดลองถูก และเสียค่าเล่าเรียนนับแสนนับล้านบาทอย่างเสี่ย

                        ที่แสบที่สุด มีการเตี๊ยมให้นักเล่น รุ่นเดอะบางท่าน เป็นหน้าม้าไม่ว่า ภายในร้านขายหรือ ร้านส่งเหยื่อไปที่บ้านนักเล่นนั้น ๆ เพื่อให้เชียร์ซื้อสินค้าที่ตกลงกันกับร้าน นักเล่นก็ได้ค่าหัวคิวไปแถมเหยื่อเคารพยกย่องให้เป็นเกจิอาจารย์อีกต่างหาก ผมเจอมากับตัว

                        ถ้าคุณฟังเป็น ก็ลองเออออกับร้าน กับนักเล่นจอมหัวคิว ดูสิว่าพวก เขาจะพาคุณเข้าป่าลึกแค่ไหน สนุกดีเหมือนกันนะครับ เผลอ ๆ ได้ยืมโน่นนี่ เอาไปลองเล่นที่บ้าน ขอแต่ให้แกล้งทำโง่ พยักหน้ายกย่องชมเขยเข้าไว้

                        ครั้งแรกนึกว่า “ฟังไม่เป็นก็เลก เล่นเถิดครับ” คงจะไม่ยาวนักแต่เขียนไป ๆ ความคิดชักแตกแขนงหลั่งไหล พรั่งพรูออกมา ด้วยแรงกดดันแห่งความเซ็งที่สั่งสมมาเป็นสิบ ๆ ปีกับวงการ “เบิ่งเนตร” นี้วงการที่คนดี ๆ อยู่ยาก และหายากขึ้นทุกที ๆ

www.maitreeav.com

www.maitreeav.com
สำนักงาน : 313/129 ซ. เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร. 081-5500269 , 099-569-6459