000
ปรึกษาเครื่องเสียง อจ. ไมตรี โทร 099-569-6459    
 
บอร์ดพูดคุย, ซื้อ-ขายเครื่องเสียง
>> audio-teams.com
>> noom-hifi.com
>> wijitboonchoo.com
>> hifi55.com  
>> sk-audiophile.com
>> htg2.net
นิตยสารเครื่องเสียง
>> what Hi-Fi? Thailand
>> The Wave
>> Audiophile-Videophile
>> gm2000.com
>> The Stereo
ร้านค้าเครื่องเสียง
>> Piyanas Electric
>> KS Sons Group
>> Conice (บ้านทวาทศิน)
>> อัศวโสภณ
>> munkonggadget.com
>> bkkaudio.com
 
ปรับขนาดตัวหนังสือ เช่น 15, 16, 18, 20, + + / ยกเลิกใส่ 0 :

หมวดหมู่ > บทความ > เครื่องเสียงบ้าน > ทางเลือกของหูฟัง
วันที่ : 03/01/2026
81 views

"ทางเลือกของ หูฟัง !"

โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

อยากทราบว่า (ทำไมThreeFriends จึงไม่ใช้ตัวกำเนิดเสียง (driver) แบบBA (balance armature )

ผมเคยคุยกับผู้ออกแบบและเจ้าของโรงงานผู้ผลิตหูฟังที่ดีและแพงที่สุดของไต้หวัน  รัฐบาลไต้หวันยกย่องให้เป็นอันดับ 1เคยออกสื่อแพร่หลายอยู่พักหนึ่ง เขาว่าโดยส่วนตัว เขาชอบหูฟังแบบ in-ear Dynamic Full Range มากที่สุด ทั้งๆที่เขาทำแบบ BA มากที่สุด ตัวแพงสุดราคา 250,000 บาท !
   หูฟังแบบ BA มีข้อดีคือทำแบบหลาย ทางมากDriver ( multi way) ทำให้มันทนการเปิดดังมากๆได้ดี(อย่างใช้ในการ monitor ดนตรีเล่นสด)
ข้อเสียของหูฟังระบบต่างๆ ได้แก่


   ( รูป 1 หูฟังแบบครอบใบหู )

   1. Driver BAหรือตัวกำเนิดเสียงแบบลิ้นสบัด (BalanceAmature )จะต้องสบัดลิ้นกำเนิดเสียงผ่านช่องแคบก่อนออกสู่ภายนอก ทำให้เกิดการก้องเสียงแม้จะน้อยแค่ไหนก็ตาม ต่างจากแบบกำเนิดเสียงจากการขยับเข้าออกของ หูฟังdynamic. ที่  diaphragm ผลักดันเสียงตรงมาเข้าหูเลย ไม่มีช่องโพลงให้เสียงก้อง เสียงจะบริสุทธ์ เที่ยงตรงกว่า
 2. หูฟังระบบ BA มักจะวางตัวกำเนิดเสียงต่างขนาดกันสำหรับแต่ละช่วงความถี่เสียงการทำงาน  ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป  บางรุ่น 6 ตัวขับต่อข้าง !เรียงชิดติดกันแน่น    สนามแม่เหล็กจะรั่วกวนตีกันเองไปหมด
และการทำงานที่แบ่งคนละช่วงความถี่ย่อมต้องใช้ วงจรแบ่งแต่ละช่วงความถี่เสียงให้แก่driverแต่ละตัว ถามว่ามีการฟังทดสอบทิศทางของแต่ละชิ้นอะหลั่ยในวงจรแบ่งเสียงหรือเปล่า ไม่มีใครคำนึงถึงแน่นอน การมีวงจรแบ่งเสียง ทำให้ความสามารถหยุดการสั่นค้างของภาคขยายเสียงแย่ลง( damping factor แย่ลง)เมื่อทุ้มเบลอ  กลางกับแหลมก็จะทึบ ด้านขุ่น รายละเอียดประกาย หายหมด  
3. แรงอัดอากาศจากตัวกำเนิดเสียง(  BA-driver) แต่ละตัว จะรั่วไปรบกวนตัวอื่นๆที่ใกล้เคียงตลอดเวลา( เกิด microphonic)    และ เกิดกระแสย้อนกลับไปป่วนกันเอง(Back EMF)จากแต่ละ driverผ่านทางวงจรแบ่งเสียง จนถึง ภาคขยายเสียง, ภาคDAC/ภาคจ่ายไฟ เสียงฟุ้ง ขุ่น ไม่สงัด สงบ 
4.   การสั่นสะเทือนจะรบกวนกันเองระหว่าง driver( crosstalk) 
5.  การใช้ driver แยกหลายตัว ทำให้สูญเสียความเป็น จุดกำเนิดเสียงเดียวกัน(point source) 1 โน๊ต เสียง จะเหมือนมาจากหลากจุดกำเนิ ด  มิติทรวดทรงบิดเบี้ยว วอกแวก 

จากข้อเสียเหล่านี้ ทำให้เสียงจากหูฟังแบบ BA  ขาดความเปิดโปร่งพริ้ว อิสระ  เหมือนมีม่านหมอก อั้นๆ อากัปกิริยานักร้อง นักดนตรีออก คลุมเครือ   เสียงอ่อนแก่ไม่แจกแจงชัดเจน ทรวดทรงนักร้อง นักดนตรี ชิ้นดนตรี แกว่ง วอกแวก ไม่เป็น 3 มิติเท่าที่ควร เวทีเสียงตื้น ความกังวาลจะเกาะแน่นฟุ้งติดอยู่กับเสียงตรง ไม่แยกหลุดลอยหายลับไปหลังเวที ไม่มีทรวดทรง3D ขาด บรรยากาศ  คลุมเครือ เบลอๆ    
ไม่เป็นโฮโลกราฟฟิก สมจริง 

(ทำไมจึงเลือกแบบหูฟังแยงรูหู ( in ear) ครับ)

เพราะเป็นวิธีเดียวที่เสียงจะลัดตรงถึงแก้วหูสั้นที่สุด ผ่านช่องหูน้อยที่สุด จึงไร้การก้องของรูช่องหู การบดบังใดๆ 
  ถ้าเป็นแบบแปะหู ยังมีการบดบัง การก้องจาก ช่องรูหู   
แบบครอบใบหู เกิดช่องโพรง เสียงก้อง ไม่ลัดตรง ,  แบบเปิดท้าย เสียงขาดตัวตน ทรวดทรง3 D เบสขาดมวล น้ำหนัก รูปทรง  เหมือนตู้ซับทำด้วยกล่องกระดาษแข็ง     ,   แบบElectrostatic  ใหญ่เกะกะ ต้องมีไฟเลี้ยง เสียงขาดกลางต่ำ เบส น้ำหนัก มวล เนื้อหนัง จะดีก็แต่เสียงกลางโปร่งดี,  แบบ แผ่นริบบ้อนหรือPlanar ต้องเร่งดังเพื่อให้เสียงมีแรงพอที่จะรอดผ่านช่องตะแกรงที่ประกบแผ่นริบบ้อนหน้า/หลังได้  ( แบบ electrostatic ก็มีปัญหาเดียวกัน) หัวโน๊ตจะขาดความคมชัด ขาดเสียงผิวเพราะถูกตะแกรงบัง หัวเสียง ฟังแล้วออกคลุมเครือเบลอๆ ความคมชัดไม่คงที่แล้วแต่เปิดดังเปิดค่อย ขณะนั้น เสียงดังหรือค่อย  ,
 แบบหีบเพลงชัก( air motion transformer, AMT ) ก็ทำนองเดียวกัน แหลมมักวิ่งนำหน้า ไม่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับกลางและทุ้ม ลำโพงบ้านระบบAMT ก็มีอาการเช่นกัน

(แบบ in-ear ตัวกำเนิดเสียงหรือdiaphragm เล็กกว่าแบบครอบใบหูหรือแบบแปะหูมาก เบสจะสู้คนอื่นได้หรือ)

แบบ in-ear ใช้หลักพลศาสตร์ ยิงลมอัดผ่านจากกล่องใหญ่ไปท่อเล็ก ทำให้เกิดแรงดันสูง ประกอบกับการส่งทอดการสั่นด้วยโครงกระดูก(bone induction) ทำให้ได้เบสที่ทั้งแรงและลงลึกได้ระดับซับวูฟเฟอร์ อย่าง ThreeFriends เบสราบรื่นลงได้ต่ำลึกถึง 25 Hz สบายๆ รู้สึกได้ถึงปลายขา !

( ทำไมอจ.ไม่ทำแบบไร้สายครับ)

ผมซุ่มค้นคว้ามา2ปี ยังทำให้ดีจริงไม่ได้เลย มิติฟุ้ง  แบน   ไม่มีทรวดทรง3D เวทีเสียง  วง ตื้น แถม ไร้สูง-ต่ำ โอบล้อม เสียงไม่สะอาดบริสุทธิ์ อั้น ตื้อ ไม่หลุดลอยออกมา  ทั้งหมดเพราะการรบกวนกันเอง ของคลื่นที่มือถือรับเข้ามา กวนกับคลื่น BlueTooth ที่ส่งไปให้หูฟัง คลื่นจากหูฟังซีกหนึ่งไปหูฟังอีกซีกก็ออกมาป่วนระบบ มันป่วนกันเองไปมาหมด ไม่มีช่องว่าง ความสงัดระหว่างชิ้นดนตรีและแต่ละตัวโน๊ต ขนาดผมลองกับหูฟังไร้สายแยก 2 หูซ้ายขวา อิสระ (TWS)ราคาหมื่นเศษ ยี่ห้อดัง เสียง มิติ เทียบThreeFriends ไม่ได้เลย
(พวกใช้TWS  ชอบบ่นว่า หูฟังชอบตกหล่นหายโดยไม่รู้ตัว)

(ทำไมไม่มีระบบ " หักล้างเสียงรบกวนภายนอก" Noise Cancellation มาด้วยครับ)

ระบบนั้น มันจะลดความบริสุทธิ์ โปร่งทะลุ,  3 D เวทีเสียงหุบบิดเบี้ยว ครับ
  คือผมต้องการให้หูฟังThreeFriendsเป็นหูฟัง audiophile จริงๆ ระดับMonitor  ขนาดไมโครโฟน และวอลูมดังค่อยที่สาย ยังเอาออกหมดครับเพื่อ มิตินิ่ง โฟกัส เสียงอิสระที่สุด) 

(ทำไมอจ.ไม่ทำแบบถอดสายได้ เผื่อผู้ซื้อลองเปลี่ยนสายให้ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ)

ผมเคยฟัง สายลำโพงแบบมีหัวเสียบดอกลำโพงเทียบกับแบบบัดกรีสายกับดอกลำโพง แบบบัดกรีเสียงหลุดลอยเป็นตัวตน และนิ่งกว่า น้ำหนักเสียงดีกว่าครับ อีกทั้งสายที่ผมเลือกใช้ก็คัดเลือกมาจากสายนับสิบชนิด รวมทั้งสายแบบตีเกลียวชุบเงิน สายที่ใช้นี้
ลงตัวและเป็นธรรมชาติที่สุดแล้วครับ  แม้แต่ฟองน้ำปลายหัว(Tip) ก็คัดมาจากฟองน้ำเกือบสิบชนิด แม้แต่ที่แพงกว่านี้ ที่ใช้นี่ให้เสียงดีที่สุดลงตัวที่สุดแล้วครับ 

(ThreeFriendsรุ่นใหม่ ต่างจากรุ่นก่อนอย่างไรบ้างครับ)

รุ่นนี้เราใช้ driver ตัวใหม่ ใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย ตัดไมโครโฟนและตัวปรับเสียง ดัง/ค่อย ออกไป ทั้งหมดเพื่อให้เสียง บริสุทธิ์ที่สุด  ถ่ายทอดรายละเอียดหยุมหยิมได้ครบที่สุด มิติ สมจริงที่สุด ทั้งทรวดทรงและบรรยากาศ เวทีเสียง ที่ระเบิดกว้างออกทุกทิศทาง แม้แต่ด้านลึก และสูงต่ำ
 พูดง่ายๆเอามาดูหนังเซอราวด์ซาวได้เลย

(คำถามสุดท้าย รุ่นแรกกับรุ่นล่าสุดนี้ เสียงต่างกันแค่ไหนครับ ).

เป็นคำถามที่ดีมากครับ  
เรียนตามตรง โดยทั่วไป รุ่นแรกก็เหลือกินแล้วครับ ไปชนระดับ 4-6 หมื่นบาทได้สบาย 
   รุ่นใหม่นี่เสียงจะจริงจัง เข้มข้นกว่า สมจริงยิ่งขี้นไปอีก ถ้าฟังนานๆ จะจับออก  รุ่นก่อนจะออกไปทางฟังสบาย อะไรก็ไพเราะไปหมด น่าสนใจฟังเพลินมาก คล้ายๆฟังเครื่องหลอด รุ่นใหม่ออกทางฟังการแสดงสด ดูหนังมันส์ สมจริง แบบลำโพงในสตูดิโอห้องบันทึกเสียง มีความเป็นกลางสูง ขี้ฟ้อง เป็นธรรมชาติที่สุด

เรียนตามตรงนะครับ ถ้าเป็นผม จะซื้อเก็บไว้ทั้ง 2 รุ่น เพราะจะไม่ทำอีกแล้ว หมดแล้วหมดเลย ผมคิดว่า ไม่มีใครมาบ้าทำพิถีพิถันแบบนี้อีกแล้ว ต่อไปทั้งคู่จะเป็นตำนาน ของหูฟัง มีแต่ว่านานๆไปหาไม่ได้  ราคาจะแพงขึ้นๆ มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ ไม่มีใครบ้าพอที่จะมาทำอย่างThreeFriends อีกแล้วครับ

( รุ่นใหม่ ทำมาแค่ 100 ตัว ครับ หมดแล้วก็ ปิดฉาก )

(แอบถามนะครับ ต่อไปจะมีรุ่นดีกว่านี้ไหมครับ )

ทุกอย่างมันมาถึงบั้นปลายแล้วครับ ผมพบว่า ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ต้นทุนจะพุ่งลิบโลกเลยครับ อาจต้องขายตัวละ 7-8 หมื่นบาท! ดีขึ้นแค่ 10% !!  ไม่คุ้มครับ  ขอเน้นนะครับ "ผมไม่ได้ขายหูฟัง  แต่ผมขายประสบการณ์"
"ดุจฟังการแสดงสดครับ"
หรือเบาะๆ มันให้ความอิ่มอกอิ่มใจพอๆกับฟังชุดเครื่องเสียงแยกชิ้นระดับ 3-4 แสนบาทขึ้นไปโน่นครับ 
 จ่าย หลักพัน เพื่อตื่นใจกับประสบการณ์หลัก ล้าน  !!!
  สนใจลองหาฟังได้ที่ ร้าน ZEAZON คุณเก่ง ปรมาจารย์หูฟัง ชั้น 2 ศูนย์การค้า ฟอร์จูนทาวน์  ถนนรัชดา  รถไฟฟ้าน้ำเงิน MRT โทร. 81-835-7997. 

คุณชาญณรงค์ ไทยแหลมทอง โทร. 094-265-3998

อจ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ  โทร. 099- 569-6459

www.maitreeav.com

www.maitreeav.com
สำนักงาน : 313/129 ซ. เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร. 081-5500269 , 099-569-6459