![]() |
|||||||
|
"ผมจะเล่าให้ฟัง !" โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ ครั้งหนึ่งผมได้มีโอกาสทดสอบ Intrigrated Amp ระดับ Super Hiend ยี่ห้อ Acuhase รุ่น E 650 ( pure class A ) 30 W rms/ CH ที่ 8 โอห์ม 60W rms/ CHที่ 4 โอห์ม ราคา ลดแล้ว ประมาณ 360,000 บาท เสียงและมิติ กำลังขับ ดีเยี่ยม ไม่แพ้ Mark Levinson NO. 383 ( 100Wrms/ C ที่ 8 โอห์ม )ราคา 320,000 บาท 20 ปีมาแล้ว ผมทดสอบเสร็จแล้ว ยังคิดว่า ถ้ามีเงิน จะซื้อไว้แน่ ( รุ่นใหม่ E 800 ที่มาแทน กำลังขับมากขึ้นเป็น 35 Wrms/CH ที่8 โอห์ม 70Wrms/CH ที่ 4 โอห์ม สเปคอื่นๆดีขึ้นอีกเช่น ค่า Damping Factor ค่าความเพี้ยน ค่าสัญญาณรบกวน ราคาขึ้นเป็นประมาณ 420,000 บาท สิ่งที่ผมอยากเล่าให้ฟังคือ หลังจากทดสอบอยู่ประมาณ 1 เดือน ขอเชียร์ให้แฟนคลับซื้อได้เลย เอาเป็นรุ่นใหม่ไปเลย รุ่นเก่าไม่มีแล้ว
แล้วก็มาถึงไคลแมกส์ของเรื่อง! ที่ทำให้ผมต้องมาเล่าในครั้งนี้ คือ หลังจากทดสอบเสร็จ ( E 650) ผมนำแผงวงจร DAC ของ Acuphase เอง ที่ทำมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ ราคาเกือบ 3 หมื่นบาท ! มาเสียบเข้าไปด้านหลังเครื่อง โดยยังไม่ได้ต่อสัญญาณดิจิตอลอะไรเข้ามาเลย ปรากฏว่า เล่นเอาผมช๊อคเลย ฟัง CD ปกติตามเดิมๆไม่ได้ใช้DAC แผงนี้ ( CD Mark Levinson NO 39 ราคา 300,000 บาท) ความน่าฟัง ทรวดทรงนักร้อง ชิ้นดนตรี แย่ลง ประมาณ 25-30 % ซึ่งถือว่า สอบตก รับไม่ได้ มันเกิดจากภาคดิจิตอล DAC ของแผงเสียบ มาป่วนสัญญาณ อนาลอคทั้งเครื่อง นี่ขนาดยังไม่ต่อสัญญาณดิจิตอลใดๆเข้ามาเลยด้วยซ้ำ ! รู้อย่างนี้แล้วทำให้ย้อนกลับมาคิดว่า นั่นขนาดแผง เสียบDAC ระดับ Super DAC ยังไม่พ้นกฏแห่งการรบกวนได้ แล้วพวกแอมป์ขยายเสียงดูหนัง AV Receiver , AMP ที่มี DAC ในตัวยอดฮิททุกยี่ห้อทำออกมาทุกระดับราคาตั้งแต่ระดับไม่กี่พันบาทถึง 3-4 แสนบาท
ยิ่งถ้าภาคขยายเสียงเป็น class D ตัวแสบด้วย รับสัญญาณวิทยุ รูปแบบBlueToothได้ด้วย จบข่าว ...เอ วัง แน่นอน
ทุกวันนี้ วงการ audio เคยคิดอะไรเพื่อผลักดันให้เสียงมิติ ดีขึ้นบ้างไหม มีแต่ มอมเมาให้สิ่งผิดๆให้ผู้บริโภคหลงผิด เข้าป่าออกทะเล เพียงเพื่อลดต้นทุนการผลิต เอากำไรเยอะๆ ลูกเดียว www.maitreeav.com |