![]() |
|||||||
|
หมวดหมู่ > บทความ > เครื่องเสียงบ้าน >
ทำไมรีซีฟเวอร์ในปัจจุบันเสียงจึงห่วยแตกสิ้นดี สู้ในอดีตไม่ได้เลย
วันที่ : 15/05/2026
"ทำไมรีซีฟเวอร์ในปัจจุบันเสียงจึงห่วยแตกสิ้นดี สู้ในอดีตไม่ได้เลย" โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ...... สาเหตุ : 1. เมื่อ 60 ปีมาแล้ว เป็นยุคเครื่องหลอด รวมทั้งรีซีฟเวอร์ทุกยี่ห้อด้วย 2. การใช้งานของเครื่องเสียงยุคแรกๆ ปุ่มหมุนปุ่มกด สวิช์โยก วอลลูม บาลานส์ เป็นกลไกที่เป้นตัวตนจับต้องได้ ขณะที่ เครื่องรุ่นใหม่30-40 ปีที่ผ่านมา ใช้ระบบวงจรไฟฟ้า เมนู มาแทนกลไกจริงทั้งหมด มีปัญหาระบบไฟหน้าจอการควบคุมด้วยวงจรไฟฟ้าบั่นทอนคุณภาพเสียง 3. มีความพยายามลดต้นทุนด้วยการ ทำภาคจ่ายไฟแบบยืดหยุ่น ย่อ-ขยายแรงดันไฟเลี้ยงตามสัญญาณที่เข้ามา เพื่อลดความร้อนภาคจ่ายไฟ ลดขนาดหม้อแปลง ตัวเก็บประจุและขนาดครีบระบายความร้อน ทำให้ช่วงโหม ดนตรีหลายชิ้นสลับซับซ้อน ฟังมั่วเกาะกันอื้ออึงไม่ได้ศัพท์ เวทีเสียงหุบแคบ ขุ่นมัว
4. จูนภาคขยายเป็น class. AB ที่ค่อนมาทาง B มากเกินงามจนเสียงกระด้างแข็ง รายละเอียด เสียงผิว เสียงลม เสียงริมฝีปาก ลมหายใจตัวโน๊ตหายหมด เสียงเครื่องดนตรีเหมือนทำจากพลาสติคล้วน หัวโน๊ตไร้รายละเอียด 5. ทำการป้อนกลับบมากไปเพียงเพื่อให้เสปคตัวเลขความเพี้ยนแลดูต่ำดี แต่เสียงแข็งกระด้างไปหมด 6. ลดคุณภาพมาตรฐานอะหลั่ยชิ้นส่วนลง เสียงแกว่งวอกแวก ไม่นิ่ง โฟกัส มิติ ขนาด ตำแหน่ง ไม่เสถียร โฟกัส แกว่ง บวม ฟุ้ง 7. ในอดีต ตัวเครื่อง จะเป็นสังกะสีส่วนข้างซ้าย-ขวาและด้านล่าง แล้วเอาทั้งเครื่องสอดเข้าไปในตู้ไม้อีกที ด้านบนมีฝาปิดที่ทำจากไม้อัดบางๆเจาะรูพรุนหมดเพื่อระบายความร้อนและไม่เหนี่ยวนำเกิดกระแสไฟฟ้าวนในตัวถังโลหะหรือ eddy currentที่จะย้อนมาป่วนคุณภาพเสียง
8. เครื่องในอดีต ใสซื่อตรงๆ แต่เครื่องปัจจุบัน เน้นลดต้นทุนทุกกระเบียดนิ้ว ใช้ภาคจ่ายไฟเจ้าเล่ห์ที่จะคอยยุบกำลังไฟลง ถ้าสัญญาณค่อยลง เพื่อลดความร้อนทุกจุด ทำให้ลดคุณภาพโลหะและขนาดครีบระบายความร้อนลงได้มาก ลดต้นทุน น้ำหนักเครื่องลงได้เยอะ แต่โทษที ช่วงดนตรีโหมพร้อมกันหลายๆชิ้น ภาคจ่ายไฟจะไปไม่เป็น เสียงทั้งหมดจะถอยจมกอดกันเป็นกระจุกเจี้ยวจ้าว อื้ออึงเหมือนหมากัดกัน ทรวดทรง มิติเสียง เวทีเสียง บรรยากาศ บูดเบี้ยวหมด ฟุ้งเลอะเละตุ้มเปะ อาการนี้จะยิ่งอุบาทว์ทวีคูณกับรีซีฟเวอร์เซอราวด์เสียงรอบทิศ 5-6 CH ขึ้นไป นี่ยังไม่นับที่ แต่ละ CH ป่วน ตีกันเอง อีรุงตุงนัง หมอไม่รับเย็บ 9. เครื่องสมัย 40-50 ปีที่แล้ว หม้อแปลง ครีบระบายความร้อน มักติดตั้งไว้ด้านหลังด้านข้างนอกตัวเครื่อง 10. ภาครับวิทยุรุ่นเก่า การเปลี่ยนสถานี เป็นการปรับค่า C แต่รุ่นใหม่เป็นการสังเคราะห์คลื่น ซึ่งความเป็นเสียงธรรมชาติ รุ่นเก่าโบราณน่าฟังกว่า บางรุ่นถึงขนาดแปลงสัญญาณเสียงFM เป็นดิจิตอลแล้วประมวลผลก่อนแปงกลับเป็นอนาลอกอีกที 11. รีซีฟเวอร์รุ่นใหม่ๆจะพยายามลดต้นทุนสุดลิ่ม ด้วยการใช้วงจร ชิ้นส่วน ขนาดจิ๋วเท่าเม็ดข้าวที่้เรียกว่าSMT( surfacemount technology)เพื่อลดขนาดเครื่องและลดการเชื่อมสายภายใน( ใช้แผงวงจรแบบหลายชั้นวางทับซ้อนกัน ใช้วงจรหน่วยรวม( intrigrated circuit, IC) มากที่สุด เพื่อประกอบง่าย ถูกลง แต่วงจรพวกนี้จ่ายกระแสไม่ค่อยแรงทำให้ภาคขยายรุ่นใหม่มักขาดน้ำหนักเสียง พลัง แรงถีบ ไม่ทน 12. รีซีฟเวอร์สมัยใหม่เป็นรอบทิศหมด ตั้งแต่ 7 CH ขึ้นไป แถมมีการต่อสายภาพHDMI ผ่านตัวเครื่องด้วย พวกนี้ ป่วนคุณภาพเสียงทั้งสิ้น ยิ่งประเภทมีการเพิ่มความละเอียดเส้นภาพด้วยยิ่งเละสนิท 13. รีซีฟเวอร์เสียงรอบทิศรุ่นใหม่ๆล่าสุดเริ่มมีการใช้ภาคขยายเสียง class D ที่เสียงขาดวิญญาณ เหมือนเสียงพลาสติค ไม่ทิ้งตัว ไม่กระชับ มิติฟุ้ง ขุ่นแห้ง ทึบด้านๆไม่มีประกายระยิบระยับ สับสนไปหมด ไม่แยกแยะเป็นชิ้นเป็นอัน ขาดการสอดใส่อารมณ์ เสียงเหมือนดังโฉ่งฉ่างดี แต่ขาดน้ำหนัก การทิ้งตัวลง แรงถีบ ( เราจะถูกหลอก กลบเกลื่อนด้วยเสียงทุ้มตูมตามจากตู้ซับactive) ผมเคยฟังแอมป์class D 2 CHราคา 2 แสนกว่าบาท กับราคา5 แสนบาท ก็ยังไม่ผ่าน แล้วจะเอาอะไรกับรีซีฟเวอร์ เซอราวด์ class D 7-10 CH ราคาไม่กี่หมื่นบาทกับระบบรอบทิศลวงโลก 14. ภาคขยายเสียงอนาลอกดีๆ เมื่่อใดมีภาคถอดดิจิตอลDAC เข้าไปผสมโรง หรือ การรับสัญญาณBlueTooth จากโทรศัพท์มือถือ สิ่งที่เหลือคือ เสียง มิติ ที่เลวร้ายสุดประมาณ สิ่งนี้เกิดกับรีซีฟเวอร์เซอราวด์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อในปัจจุบัน 15. รีซีฟเวอร์(เซอราวด์)ทุกยี่ห้อทุกรุ่นในปัจจุบัน จะโยนการบังคับควบคุมไว้ที่รีโมทไร้สายทั้งสิ้น โดยไม่ตระหนักว่า รีโมทคือตัวแสบที่ทำลายคุณภาพของภาพและเสียงถึง 25 % ! (สรุป) รีซีฟเวอร์รุ่นปัจจุบัน คือผลงานความสิ้นหวังอุบาทว์ ที่เน่าสนิท อันชวนสยดสยอง น่าอับอายของวงการเครื่องเสียงนั่นเอง www.maitreeav.com |