000
ปรึกษาเครื่องเสียง อจ. ไมตรี โทร 099-569-6459    
 
บอร์ดพูดคุย, ซื้อ-ขายเครื่องเสียง
>> audio-teams.com
>> noom-hifi.com
>> wijitboonchoo.com
>> hifi55.com  
>> sk-audiophile.com
>> htg2.net
นิตยสารเครื่องเสียง
>> what Hi-Fi? Thailand
>> The Wave
>> Audiophile-Videophile
>> gm2000.com
>> The Stereo
ร้านค้าเครื่องเสียง
>> Piyanas Electric
>> KS Sons Group
>> Conice (บ้านทวาทศิน)
>> อัศวโสภณ
>> munkonggadget.com
>> bkkaudio.com
 
ปรับขนาดตัวหนังสือ เช่น 15, 16, 18, 20, + + / ยกเลิกใส่ 0 :

หมวดหมู่ > บทความ > เครื่องเสียงบ้าน > ปอกเปลือก เครื่องหลอด
วันที่ : 01/11/2026
13 views

​​"ปอกเปลือก เครื่องหลอด"

โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

****ทำไมบางคนถึงหลงไหลเครื่องเสียงหลอด***

เครื่องเสียงหลอด ในยุคแรกสุด อุปกรณ์ชิ้นส่วนอีเล็คโทรนิคส์ที่ใช้ในการขยายสัญญาณเสียงคือ หลอดสูญญากาศ เสน่ห์เครื่องหลอดคือการที่มันต้องใช้ไฟเลี้ยงแรงดันสูงมากนับร้อยๆ โวลท์  ทำให้การสวิงสัญญาณไปได้สูงกว่าตัวขยายสัญญาณทรานซิสเตอร์พอสมควร  หูหลอดจึงชมว่าในช่วงดังสุด เช่นเสียงเคาะฉาบ  เคาะสามเหลี่ยม เสียงร้องสุด ตัว"ส" ตัว"S"     เสียงก็ยังสะอาดเกลี้ยงเนียน มีรายละเอียด อย่างไรก็ตาม มีการทำปรีแอมป์ทรานซิสเตอร์ที่ใช้ไฟเลี้ยงสูงเป็นร้อยๆโวล์ทออกมาเหมือนกัน(อย่างยี่ห้อ TAS ของ อจ. อัมพร จันทรมาศ) ซึ่งผมกับ คุณเด็กวัด(คุณ จงจินต์ เสรีรักษ์ ) เคยฟังแล้ว มันได้ความรู้สึกแบบหลอดได้จริง แต่ราคาก็สูงมากตามเพราะทำยากมาก เราจึงไม่มีวันเห็นเพาเวอร์แอมป์ทรานซิสเตอร์ที่ใช้ไฟเลี้ยงสูงแบบหลอดเพราะทำโคตรยากทั้งแพงลิบและอันตราย
  เสน่ห์เสียงหลอดอีกข้อคือคำว่า " เสียงหวาน" ซึ่งจริงๆแล้ว  ไม่มีคำว่า "เสียงหวาน เสียงขม เสียงเค็ม" อะไรประเภทนั้น เสียงดีมีหนึ่งเดียวคือ เสียงที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติ  ตรง สมจริงเท่านั้น เสียงคุณสุเทพ วงค์กำแหง ก็ต้องเป็นเสียงของท่านเอง จะเป็นคนอื่นหวานอื่นไปไม่ได้ 
เสียงเปียโนสไตน์เวย์หลังละ 10 ล้านบาท ก็ต้องเป็นสไตน์เวย์จะเป็นยี่ห้ออื่นไปหาได้ไม่ แม้จะฟังเหมือนหวานกว่าปกติ 
  " ความหวาน" มาจากไหน ?
  ในการขยายสัญญาณของตัวหลอดแก้ว ประจุไฟฟ้าอีเล็คตรอนจะถูกดึงดูดไปยังแผ่นเพลทที่มีแรงดันไฟบวกล่ออยู่ ฝูงอีเล็คตรอนเหล่านี้จะวิ่งไปชนแผ่นเพลทและกระแทกให้มวลอีเล็คตรอนกระเด็น
ฟุ้งคละคลุ้งหลุดออกมาจากแผ่นเพลท ภายในไม่กี่เสี้ยววินาที ฝุ่นฟุ้งอีเล็คตรอนของเพลทบวกจะถูกดูดกลับคืนไปสู่แผ่นเพลท ไปผสมรวมกับฝูงอีเล็คตรอนที่ยิงตรงมาจากขั้วลบแต่แรกเดิม ทำให้ไปเพิ่มความถี่คู่ควบที่2 ,  ที่4,   ที่ 8,.... ที่มีระดับลดหลั่นกันลงไปให้กับสัญญาณจริงเดิม ผลคือ เสียงที่มีความถี่คู่ควบเลขคู่ ฮาร์โมนิกส์เลขคู่มากกว่าเสียงจริง ทำให้เสียงออกอิ่ม อวบ หวาน กังวานขึ้น(แต่ก็ขุ่น ฟุ้ง ขึ้น) ซึ่งบางคนฟังแล้วบอกว่า หลอดให้ในสิ่งที่ทรานซิสเตอร์ให้ไม่ได้(เพราะมันไม่ให้ " ของแถม" ) หลายคนฟังนานๆจะ"ติดของแถม"นี้ 
ผมเองยังเป็น กลับไปฟังทรานสซิสเตอร์ระดับไฮเอนด์ เหมือนออกผอมเกร็งไปนิด ต้องกลับไปฟังเพลงที่ยังไม่ได้ฟังกับเครื่องหลอด สักพัก แล้วย้อนกลับไปฟังเครื่องหลอด จึงจะจับประเด็นออกว่า ทรานสซิสเตอร์ให้เสียงเกลี้ยง  สะอาดโปร่ง ช่องไฟระหว่างตัวโน๊ตระหว่างคำร้อง เกลี้ยงไร้ฝุ่นม่านหมอก เงียบสงัดกว่า สมจริง ละเอียด แยกแยะ ฉับไว ดีกว่า 

ข้อต่อไป กรณีที่มีการถูกรบกวนจากคลื่น วิทยุความถี่สูงRF,
EMC, เช่นจาก ดวงไฟ LED , จอภาพLCD, เครื่องฉายภาพระบบเลเซอร์ ,LCD คลื่นWiFi, คลื่นจากแอร์ระบบInverter, ฃจากโทรมือถือ, จากเครื่องStreaming, จากคอมพ์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ มีผลต่อเครื่องทรานสซิสเตอร์มากกว่า ความมัวๆของเสีบยงหลอด เครื่องหลอดจะกลบเกลื่อนสิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่า ทำให้เหมือนฟังสบายหูกว่า  แต่ถ้าได้แผ่นดูดสลายคลื่นของPerfectPower RT-1/RT-2 มาวางในห้องฟัง บนเครื่อง ใกล้ตัวเรา ปัญหากวนเหล่านี้จะหมดไป(เสียง/มิติ ดีขึ้นได้ ถึง 50-60%) พูดง่ายๆ เครื่องหลอดไม่ได้เปรียบอีกแล้ว

ข้อต่อไป เป็นที่รู้กันดีอยูแล้วว่า การวางชิ้นส่วนอะหลั่ยอีเล็คโทรนิคส์ไม่ว่า ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ ขดลวด แม้แต่สายไฟ สายสัญญาณไม่ว่าภายในเครื่อง นอกเครื่อง  ยาว สั้น ขนาดไหน หัวตัวยูเสียบสายลำโพงที่ดอกลำโพง เส้นฟิวส์ ทิศทางการเสียบ  การเสียบขาปลั้กไฟ ac ล้วนมีผลต่อทั้งสุ้มเสียง มิติ ทรวดทรงเสียง ทั้งสิ้น 

เครื่องหลอดจะกลบเกลื่อน มั่วๆผลอันนี้ ไม่ให้ฟังออกชัดว่าผิดทิศ แต่ทรานสซิสเตอร์จะฟ้องทันทีอย่างชัดเจนถ้าเดินผิดทิศ ทำให้บางคนเข้าใจผิด โยนให้ทรานสซิสเตอร์เป็นแพะรับบาป  หาว่าเสียงด้อยกว่าหลอด คุณจะโทษเลนส์ที่คมชัดขี้ฟ้องของกล้องถ่ายรูป ว่ากล้องนี้ ขี้ฟ้องเกินไปอย่างนั้นหรือ

เครื่องหลอดอ่อนไหวต่อการสั่นสะเทือนแม้จะน้อยนิด ทำให้เสียงออกเบลอๆมัวๆ ช่วยปิดบังความด้อยคุณภาพของการบันทึก ของแหล่งรายการ  ฟังสบายหูขึ้น การที่เครื่องหลอดต้องมีหม้อแปลงความต้านทานที่ขาออก ก่อนไปต่อเข้าลำโพง( out put transformer) ทำให้เวลาไปต่อเข้าลำโพงที่ออกแบบมาชุ่ยๆ ความต้านทานโดดขึ้นๆลงๆ การมีหม้อแปลงช่วยปรับความต้านทานที่ ภาคขยายขาออกจะยังพอควบคุมลำโพงให้อยู่ในร่องในรอยได้บ้าง ไม่ออกทะเล อุบาทว์รูหู 

การที่เครื่องหลอดต้องใช้หม้อแปลงขาออก ทำให้ความสามารถในการหยุดการสั่นค้างของกรวยลำโพง (damping facter,   DF ) ต่ำมากกว่าที่ควรจะเป็น ( ต่ำกว่า 100) ทำให้บางครั้งทุ้มคราง หยุดได้ไม่กระชับทันทีทันใด บางเพลงอาจหลอกหู เหมือนว่าทุ้มลงลึกขึ้น อาจช่วยให้เพลงที่ทุ้มห้วนๆฟังว่าห้วนน้อยลง ความแบนเป็นไม้หน้าสามของทุ้มลดลง หลอกหูว่ามีทรวดทรงขึ้นเกินจริง เสียงกลางต่ำ ทุ้มต้น เหมือนมีเนื้อขึ้น 
  ต่อไปนี้ พวกเราคงหูตาสว่างเสียทีว่า อะไรเป็นอะไร เอาเหตุและผลมาอธิบายกันทุกแง่มุมเลย จะได้รู้กันไปเสียทีว่า อะไรน่าเล่นกว่า และ จะเล่นกันอย่างไร ไม่ต้องหลงผิดว่า ถ้าจะเล่นอย่างเซียนจริง ต้องเล่นเครื่องหลอดเท่านั้น(ดังที่เกจิบางคนกอด อกแนะนำอย่างผึ่งผาย ?)

www.maitreeav.com

www.maitreeav.com
สำนักงาน : 313/129 ซ. เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร. 081-5500269 , 099-569-6459